รัฐบาลเปียงยางยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติ เพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านอาหารเพิ่มเติม 1 สัปดาห์ก่อนถึงการประชุมร่วมกันครั้งที่ 2 ระหว่างผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ว่านายสเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าสำนักงานคณะผู้แทนถาวรของเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติได้ยื่นหนังสือมายังสำนักงานเลขาธิการยูเอ็น แจ้งว่าผลผลิตด้านการเกษตรของประเทศเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 4.951 ล้านตัน ลดลง 503,000 ตันจากปี 2560 และผลผลิตมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านตันในปีนี้ โดยเฉพาะข้าวเจ้า ข้าวสาลี มันฝรั่งและถั่วเหลือง จึงขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากยูเอ็นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งดูจาร์ริคกล่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการเพิ่ม “ความปลอดภัยด้านอาหาร” ให้แก่เกาหลีเหนือแล้ว
 
ทั้งนี้ รายงานของรัฐบาลเปียงยางที่ยื่นต่อยูเอ็นระบุด้วยว่า ในเบื้องต้นมีแผนการนำเข้าอาหาร 200,000 ตัน และเมล็ดพันธุ์พืชอีก 400,000 ตัน แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทางการจำเป็นต้องลดการปันส่วนอาหารแก่ประชาชนจาก 550 กรัมต่อคนต่อวัน เหลือ 300 กรัม ขณะที่โครงการอาหารโลก ( ดับเบิลยูเอฟพี ) ซึ่งเป็นหน่วยงานของยูเอ็นที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรงยังไมาแสดงท่าที แต่การประกาศขอรับบริจาค 111 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3,466.5 ล้านบาท ) เพื่อช่วยเหลือด้านอาหารแก่เกาหลีเหนือเมื่อปีที่แล้ว มีการบริจาคเข้ามาเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น
   
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเปียงยางเกิดขึ้น 1 สัปดาห์ก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ระหว่างวันที่ 27-28 ก.พ. นี้ โดยจะเป็นการพบหารือครั้งที่ 2 ต่อจากการประชุมครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว.